หลายคนคิดว่าขูดหินปูนคือการทำให้ฟันขาว แต่จริง ๆ แล้วเป้าหมายหลักคือการรักษาเหงือกและกระดูกที่รองรับฟันเอาไว้
ทำไมต้องขูดหินปูน
คราบจุลินทรีย์ที่แปรงไม่ออกจะแข็งตัวเป็นหินปูนภายใน 24–72 ชั่วโมง เมื่อแข็งแล้วจะแปรงออกไม่ได้อีก ต้องใช้เครื่องมือของทันตแพทย์เท่านั้น
หินปูนที่สะสมจะดันเหงือกให้ร่นและทำให้เหงือกอักเสบ อาการเริ่มต้นคือเลือดออกเวลาแปรงฟันและมีกลิ่นปาก หากปล่อยไว้จะลุกลามเป็นโรคปริทันต์ กระดูกรอบรากฟันละลาย และฟันโยกจนต้องถอนในที่สุด ซึ่งเป็นความเสียหายที่ย้อนกลับไม่ได้
ควรทำบ่อยแค่ไหน
- คนทั่วไป ทุก 6 เดือน
- ผู้ที่จัดฟัน สูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน หรือเคยเป็นโรคปริทันต์ ทุก 3–4 เดือน
- ผู้ที่มีรากฟันเทียม ทุก 6 เดือน พร้อมตรวจเหงือกรอบรากเทียม
Airflow คืออะไร
ระบบพ่นผงละเอียดผสมน้ำและลม ทำความสะอาดคราบสีและคราบจุลินทรีย์ในซอกฟัน ร่องเหงือก และบริเวณรอบเครื่องมือจัดฟัน ที่หัวขัดยางแบบเดิมเข้าไม่ถึง
ข้อดีเทียบกับการขัดฟันทั่วไป
- อ่อนโยนต่อผิวเคลือบฟันและเหงือกมากกว่า
- เข้าถึงซอกฟันและร่องเหงือกได้ลึกกว่า
- ขจัดคราบชา กาแฟ บุหรี่ ได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
- ใช้เวลาน้อยกว่าและสบายกว่าสำหรับคนที่เสียวฟันง่าย
Airflow ไม่ได้ทดแทนการขูดหินปูน แต่ทำต่อจากการขูดหินปูนเพื่อเก็บรายละเอียดที่เหลือ
หลังขูดหินปูนต้องดูแลอย่างไร
ช่วงแรกอาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อยเพราะผิวรากฟันที่เคยถูกหินปูนคลุมไว้สัมผัสอากาศโดยตรง อาการจะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ระหว่างนี้ใช้ยาสีฟันลดการเสียวฟันและเลี่ยงของร้อนจัดเย็นจัด
เหงือกที่เคยอักเสบจะยุบบวมลงภายใน 1–2 สัปดาห์ หากยังมีเลือดออกเวลาแปรงฟันหลังจากนั้น ควรกลับมาให้ทันตแพทย์ตรวจซ้ำ




